การจับไม้แบดมินตันที่ผิดวิธีเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เล่นหลายคนต้องเผชิญกับอาการปวดข้อมือเรื้อรัง
บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าการจับไม้แบดมินตัน 4 แบบ แบบไหนเสี่ยงมากที่สุด พร้อมเทคนิคสลับ Grip ที่ช่วยถนอมข้อมือได้ครับ
สาเหตุที่การจับไม้แบดมินตันผิดวิธีทำร้ายข้อมือ
เมื่อผู้เล่นการกำด้ามไม้แน่นเกินไปส่งผลให้กล้ามเนื้อและเอ็นข้อมือรับแรงกระแทกซ้ำๆ จนเกิดการอักเสบได้ การจับไม้แบดมินตันที่ไม่ผ่อนแรงตามจังหวะจึงเป็นสาเหตุหลักของอาการบาดเจ็บ
ประกอบกับการสะบัดข้อมือแรงเกินไปจากการตบลูกติดต่อกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เล่นมือใหม่ที่ยังคุมน้ำหนักมือไม่คล่อง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อ่้างอิง: ST Badminton Academy
การจับไม้แบดมินตัน 4 แบบ แบบไหนเสี่ยงข้อมือมากที่สุด
ก่อนจะรู้ว่าวิธีจับไม้แบดที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ควรทำความเข้าใจก่อนว่าการจับไม้แบดมินตัน 4 แบบ ที่นิยมใช้กันมีความเสี่ยงต่อข้อมือแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน
เชคแฮนด์ (Forehand Grip)
การจับไม้แบบเชคแฮนด์เป็นวิธีจับไม้แบดพื้นฐานที่ค่อนข้างปลอดภัยหากทำถูกท่า เพราะแรงจะกระจายผ่านฝ่ามือได้ดีในแนวทแยง แต่หากบีบด้ามไม้แน่นตลอดเวลาโดยไม่ผ่อนคลาย ก็อาจทำให้เกิดแรงกดสะสมที่ข้อมือได้เช่นกัน
ผู้เล่นมือใหม่ที่เพิ่งฝึกท่านี้มักเกร็งมือมากเกินความจำเป็นเพราะยังไม่มั่นใจในจังหวะตี จึงควรฝึกผ่อนแรงบีบให้เป็นธรรมชาติมากขึ้นตามประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น
แบคแฮนด์ (Backhand Grip)
การจับไม้แบบแบคแฮนด์ต้องอาศัยการบิดข้อมือมากกว่าเชคแฮนด์ เนื่องจากต้องปรับตำแหน่งนิ้วโป้งให้วางแนบสันด้ามเพื่อเพิ่มแรงส่ง หากบิดข้อมือแรงเกินไปในจังหวะตีลูกซ้ำๆ ก็อาจทำให้เกิดแรงกดสะสมที่เอ็นข้อมือฝั่งนอกได้
ผู้เล่นที่เพิ่งฝึกแบคแฮนด์ใหม่ๆ มักใช้แรงข้อมือมากเกินความจำเป็นเพราะยังไม่มั่นใจในจังหวะ จึงควรฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดความเสี่ยงนี้
ตะไบ (Panhandle Grip)
การจับไม้แบบตะไบซึ่งฝ่ามือทาบแนบไปกับด้ามไม้ทั้งหมด มักถูกใช้ในจังหวะลูกหน้าเน็ตที่ต้องการความเร็ว แต่ท่านี้จำกัดการกระจายแรงของข้อมือมากกว่าแบบอื่น จึงอาจสร้างแรงกดสะสมเฉพาะจุดได้ง่ายหากใช้ต่อเนื่องนานเกินไป
หากสังเกตว่ามีอาการล้าที่ข้อมือหลังใช้ท่าตะไบซ้ำๆ ควรพักและสลับไปใช้การจับไม้แบดมินตันแบบอื่นแทนเป็นระยะ
แบบผสม (Combination Grip)
การสลับจับไม้แบดมินตันระหว่างเชคแฮนด์และแบคแฮนด์ ช่วยลดความเสี่ยงบาดเจ็บได้ดีเพราะข้อมือได้เปลี่ยนมุมรับแรงตลอดเวลา ไม่ค้างท่าเดิมนานๆ
แต่หากเปลี่ยนสลับมือไม่ทันจังหวะ อาจทำให้ข้อมือเกร็งฉับพลันได้ ผู้เล่นจึงควรฝึกวิธีจับไม้แบดช้าๆ ให้คุ้นเคยก่อนเพิ่มความเร็ว
วิธีจับไม้แบดที่ถูกต้องเพื่อลดแรงกดที่ข้อมือ
วิธีจับไม้แบดที่ถูกต้องเริ่มต้นจากการจับด้ามไม้ให้หลวมพอประมาณในจังหวะเตรียมตัว แล้วค่อยกระชับมือขึ้นเฉพาะในเสี้ยววินาทีที่ปะทะลูก วิธีนี้ช่วยลดแรงกดสะสมที่ข้อมือได้อย่างมาก
การยืดกล้ามเนื้อข้อมือก่อนและหลังเล่นก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นกัน ผู้เล่นที่ให้ความสำคัญกับวิธีจับไม้แบดที่ถูกต้องควบคู่กับการวอร์มอัพ มักมีปัญหาข้อมือน้อยกว่าผู้ที่มองข้ามขั้นตอนนี้

อ้างอิง: decathlon
เทคนิคสลับ Grip ระหว่างเกมเพื่อถนอมข้อมือ
การสลับ Grip ระหว่างเกมไม่เพียงช่วยให้ตอบสนองลูกได้หลากหลายขึ้น แต่ยังช่วยกระจายแรงที่ข้อมือไม่ให้กระจุกอยู่ที่จุดเดียวตลอดการแข่งขัน การจับไม้แบดมินตันแบบผสมระหว่างเชคแฮนด์กับแบคแฮนด์จึงเป็นทางเลือกที่หลายคนแนะนำ
ต่อไปนี้เป็นแนวทางสลับ Grip ที่ช่วยถนอมข้อมือระหว่างเล่น
- สลับกลับมาจับแบบเชคแฮนด์ทุกครั้งที่มีจังหวะพักระหว่างแต้ม
- หลีกเลี่ยงการค้างท่าจับแบบตะไบต่อเนื่องนานเกินไปในเกมรุก
- ผ่อนแรงบีบด้ามไม้ทันทีหลังจบจังหวะตีแต่ละครั้ง
- ฝึกสลับมือด้วยไม้เปล่านอกสนามเพื่อสร้างความคุ้นเคย
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าข้อมือเริ่มบาดเจ็บ
การสังเกตร่างกายตัวเองอย่างสม่ำเสมอช่วยให้รู้ทันปัญหาข้อมือได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยสัญญาณเตือนมักแบ่งออกได้เป็นหลายระดับตามช่วงเวลาที่เกิดอาการ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
สัญญาณระหว่างเล่น
อาการตึงหรือปวดแปลบที่ข้อมือทันทีที่ปะทะลูก เป็นสัญญาณชัดเจนว่าการจับไม้แบดมินตันในจังหวะนั้นใช้แรงมากเกินไป โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นซ้ำๆ ในท่าเดิม
นอกจากนี้ การรู้สึกข้อมือล้าเร็วกว่าปกติทั้งที่เพิ่งเริ่มเล่น มักเกิดจากกล้ามเนื้อรอบข้อมือแบกรับภาระหนักเกินไปเพราะวิธีจับไม้แบดที่ไม่เหมาะสม
สัญญาณหลังเล่นเสร็จใหม่ๆ
อาการปวดตื้อบริเวณข้อมือหลังเล่นเสร็จ เป็นสัญญาณเตือนจากการใช้การจับไม้แบดมินตันรูปแบบเดิมนานเกินไป รวมไปถึงอาการฝืดหรือขยับข้อมือได้ไม่เต็มที่
มีการพูดถึงว่าอาการนี้มักเกิดในผู้ที่ใช้ท่าจับแบบตะไบต่อเนื่องโดยไม่พักข้อมือ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นสาเหตุเดียวของปัญหานี้
สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการบวมชัดเจนบริเวณข้อมือ หรือรู้สึกปวดขณะขยับมือแม้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ถือเป็นสัญญาณที่ควรได้รับการตรวจอย่างจริงจัง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานเพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวในระยะยาว
ผู้ที่พบอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจดูอาการอย่างละเอียด และอาจได้รับคำแนะนำให้ปรับวิธีจับไม้แบดที่ถูกต้องร่วมกับการพักฟื้นที่เหมาะสมต่อไป

อ้างอิง: kdms hospital
บทสรุปส่งท้าย
การจับไม้แบดมินตันที่ผิดวิธี โดยเฉพาะการบีบด้ามไม้แน่นตลอดเวลาหรือค้างท่าตะไบนานเกินไป เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำร้ายข้อมือของผู้เล่น
การฝึกวิธีจับไม้แบดที่ถูกต้องควบคู่กับเทคนิคสลับ Grip อย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ในระยะยาว ทั้งนี้ควรฟังสัญญาณจากร่างกายตัวเองและปรับวิธีเล่นให้เหมาะสมอยู่เสมอครับ
